นครปฐม
กลับมาแว้ว ว ว กะจะไปพักรักษาใจต่างจังหวัด ซัก4 วัน พี่เบนก็ดันติดงานต้องรีบกลับซะงั้น เซ็งเป็ด-_-'
กะจะทำตัวอกหัก เป็นนางเอกมิวสิค ไปทำมิวสิค ต่างจังหวัดซะหน่อย หมดกันเลยกรู โหไรว้า จะทำเป็นเศร้าไม่ได้เลยชั้น ต้องกลับมาทำมาหากิน มีชีวิตตามปกติอีกและ
เฮ้อ เศร้าได้แป็บเดียว ก็ต้องกลับมาบ้าอีกแระ เหอะๆ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เดี๋ยวนี้ไม่เคยเศร้าได้นานเลย ยิ่งเจอเพื่อนแบบ E net เรียกสติกลับมา 555 เลยกลับมาสะมะดองป๊องต่อดีฝ่า
2 -3 วันที่ผ่านมา ก็กินอิ่ม อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งบุญ เนื่องจากพี่เบนมีปัญหาเรื่องงานเลยชวนไปทำบุญหลายวัดเลย
เมื่อวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา ไปดูหนังเรื่อง "โหน่ง เท่ง คนมาหาเฮีย" กับพี่โอ๊ต ก็ได้ฮาตรึม ฮาแตกกันไป หนังก็มุขงั้นๆ ไม่ค่อยขำเท่าไหร่หรอก แต่คนดูที่ไม่ค่อยเก็บความรู้สึกอย่างฉันกับพี่โอ๊ตนี่สิ นั่งบ้าขำก๊าก กัน 2 คน อายตัวเองจริงๆ ฮาลั่นโรงเลยวุ้ย อ้าวก็คนมันอารมณ์ดี ดีหว่า เอิ๊กๆ
วันนั้นคุณแฟนเร่งรีบฉันแต่เช้าให้รีบออกมาจากบ้าน เพราะหิวข้าว เลยลืมแต่งหน้าซะสนิท ซีดอย่างแรงค่ะพี่น้อง ออกมา รถติด ส่องกระจก อิ๋บอ๋าย!! หน้ากลาย เป็นศพมากมาย ทำไงดีฟะ เซ็งเกล บนรถก็ไม่มีอะไรพอแต่งได้เลย ไม่มั่นใจอย่างแรง
เจอพี่โอ๊ตเลยรีบออกตัว "วันนี้ไม่ได้แต่งหน้านะ" แหะๆ ไม่มั่นใจอ่ะ
พี่โอ๊ตบอก
"ไม่เป็นไร ไม่แต่งก็ดีแล้ว ทำไมล่ะ กลัวไม่คู่ควรกับเค้าใช่ม๊า "
"ถุย ย!! เมิงน่ะแหละไม่คู่ควรกะกรู อีเวง " ไม่น่าชี้โพรงให้มานหลอกด่าเล้ย
เห็นปลาห้องพี่โอ๊ตแล้วนึกถึง ปุ้มปุ้ยของเน็ท เออครั้งนี้พี่โอ๊ตเลี้ยงได้นานแฮะ (ปกติ แป๊บเดียว เป็นไรตาย..กันหมดไม่รู้-_-')
ถามว่า "ทำไมไม่ตั้งชื่อให้ปลา?" โอ๊ตบอกว่า "ไม่ตั้งแล้ว ครั้งที่แล้วตั้งชื่อให้ ตายทุกตัวเลย" "เนี่ยพอไม่ตั้งชื่ออยู่มาได้นานเห็นม๊ะ"
อ้าวซะงั้น ถือคติแปลกนะเนี่ย ( แต่กรูว่า อยู่ที่มาน เลี้ยงไม่ดีเอง รึเปล่าวะ ! +_+)
เออลืมบอกไป พอไปถึงไอ้ ..พี่โอ๊ตยังนอนอยู่เลย แล้วมานจะมาเร่งกรูหาพระแสงหอ...กอะไรวะ ให้กรูสวยไม่เสร็จ เดี๋ยวบั๊ด..เหนี่ยวเลย ไอ้...เฟล (ย่อมาจากฟาย บวก เวร เรียกให้น่ารักหน่อย หึๆ ) นึกแล้วโมโห..
ดูหนังเสร็จก็ไปเวียนเทียน เซ็งมากใครเอาธูปมาโดนผมฉันเนี่ย เกือบไหม้ หึๆ วันพระหงุดหงิดไม่ดีนะคร้า ยิ้มไว้
ไปเสี่ยงเซียมซีดีกว่า ได้ใบไม่ค่อยดีอีกและ บอกให้ใจเย็นๆ ทำอะไรก็อดทนๆเข้าไว้ อืม หนูก็อดทนอยู่นะคร้าเนี่ย เอาเหอะ เรามันคนเหนือดวงอยู่แล้วนี่ อิๆ
the next day
วันต่อมาเลยไปทำบุญกะพี่เบน ไปโรงพยาบาลสงฆ์ พระสงฆ์แต่ละรูป อาพาธน่าสงสารมาก บางรูปเดินไม่ได้ บางรูปต้องใช้เครื่องหายใจตลอดเวลา ญาติก็ไม่มี บางรูปไม่สามารถเข้าห้องน้ำได้เลย ต้องใส่ แพมเพิสตลอด บางรูปชราภาพมากจนสายตาใช้ไม่ได้ ต้องนอนอยุ่ในสภาพที่ไม่ควรเป็นเลย
ดูแล้วจิตใจไม่ค่อยดีเลย รู้สึกว่าอยากช่วยอะไรได้มากกว่านี้ รู้ซึ้งถึงคำว่า "สังขารไม่เที่ยง" จริงๆนะเนี่ย
แต่เราก็ช่วยเท่าที่ช่วยได้ บริจาคภัตตาหาร และ ของอื่นๆ
เรากะพี่เบนก็เลยซื้อนมซื้อของและบริจาคเงินเพื่อเป็นปัจจัยและเวชภัณฑ์
ได้ทำบุญแล้วรู้สึกดีขึ้นเยอะ

ขณะไปทำบุญแอบหลับบนรถ โดนปลุกมานั่งซาลึมซาลือ น้ำตาเยิ้ม จับกล้องมายิ้มกรุ้มกริ่มได้ เฮ้อ หน้าฉัน สตอเบอรี่.. จริงของ..เพื่อนๆว่ะ 55
ลูกใหญ่ด้วย ( พี่ออยซื้อมาให้ จากสิงคโปร์ พอดีเลยเมื่อวาน แต่ทำไมต้องเป็นสตรอเบอรี่ฟระ กรูไม่เข้าใจ ?!? บอกอะไรเป็นนัยๆรึเปล่า?)
หน้าโรงพยาบาลสงฆ์ ก่อนขึ้นไปเยี่ยมพระอาพาธ
จากนั้นก็ไปนครปฐม ไหว้พระธาตุเจดีย์
คาถาบูชาพระปฐมเจดีย์ยาวมาก
แดดร้อนอย่างแรง

พอเย็น ก็ให้อาหารปลา ถ่ายรูปปลาตัวใหญ่ๆ แย่งอาหารกัน I เน็ท เห็นต้องกลัวๆๆ 55 เพราะแกกลัวปลา อิๆ
เห็นแมวมันบิดขี้เกียจน่ารักดีอ่ะ ท่าเหมือนฉันเลย
จากนั้นก็แวะเยี่ยม เพื่อนเก่า และมหาลัยเก่า ที่มหิดลอินเตอศาลายา เหมือนได้กลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้ง รู้สึกสบายใจดีแฮะ ทุกอย่างก็เหมือนเดิม เปลี่ยนแต่อาจารย์บางคน และรุ่นน้อง
แต่ร้อนและเหนื่อยจาง
ข้าวหมกไก่ นครปฐม หน้ามหาลัยมหิดล และเต้าทึงเย็นๆแก้ร้อน
ตบท้าย มื้อดึกด้วยราดหน้าเมืองทอง อิ่มโครต!!
ขากลับเลยไปคอนโดที่ Riverine ได้เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลางคืนนี่ รู้สึกสบายใจคิดอะไรออก ตั้งมากมาย เวลาเรามองไปไกลๆ ที่สุดขอบฟ้าเราจะรู้สึกปลดปล่อย และ คิดเรื่องงานได้ดีเลยทีเดียวนะเนี่ย
เหนื่อยกายแต่สบายใจมันเป็นงี้เองแฮะ ได้ ทำบุญในอากาศที่ร้อน แต่ใจเบาสบายมากมาย ถือว่าแค่นี้ก็ชาร์ตแบตเตอรี่จนเต็มเปี่ยมแล้วหล่ะเรา
I had a great time in a couple days
wish u guys are the same
The end |