Count Down
ก่อนปีใหม่ Count Down ตุ๊กติ๊ก ก็ไปเลี้ยงฉลองกับกรุ๊ป จันจี้ หนกเน็ท แป้ง และเพื่อนๆ กลุ่มเดิม ที่ไม่เหมือนเดิมก็คือเรานัดกันที่ร้าน D wha ของอั้มพัชราภา และมีกอล์ฟฟี่ กับ Snotty and Sandy มาแจมด้วย เพราะทุกคนอยากเห็นร้านพี่อั้ม

แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง เนื่องจากร้านพี่อั้มนั้น ไม่มีอะไรเล้ย พระเจ้าช่วย ร้านเล็กๆ นั่งกิน ไม่มีเพลงมันๆ ไม่มีใครแดนซ์ แถมยังมีแต่พวกผู้ใหญ่ที่มาจัดการปีใหม่ ประมาณพวก Office ทำนองนั้น ไม่อีกที ก็ เด็กแนว ขวัญใจพี่อั้มไปเลย ฉานละเซ็งเป็ด แต่ก็ขำๆ คุยกันเฮฮากันไป ประสา เพื่อนที่เหมือนไม่เคยคุยกันมานานนับปี ยกเว้น นังเน็ท กับจันจี้ แวบหายเข้าห้องน้ำไปคุยโทสับ โอ้ ก็เรื่องรักๆที่ค้างคาใจ ไม่จบไม่สิ้น อิๆ
คืนนี้จันจี้ร้องไห้ เมา และทะเลาะกับพี่เปียวไปอีก 1 ราย
วันต่อมา ก่อนไป Count down แดนปลาดิบก็ไป กิน เบียร์ ชิว ๆ วัน คริสมาส ณ J Avenue ทองหล่อ กลับซะ ตี 1 แม่แอบบ่น "แกจะเลี้ยงอะไรกันทุกวัน" ก็เลยบอกแม่ว่า "วันคริสมาส น่า อย่าคิดมาก" แม่ถามกลับมาว่า "แล้วเมื่อวานวันอะไร กลับ ตี 3 ??"
ตุ๊กติ๊กจ๋อยค่ะ ตอบไม่ถูก ก็อยากบอกว่า "วันเกิดอยากจะ แด... แค่นั้นเองแหละค่ะ มัมมี๊" แหะๆ ไม่รู้จะตอบว่าไง ตอบไม่ถูก เถียงไม่ออกเล้ย
ขากลับโดนเรียกเป่าแอลกอฮอล์ โคดซวยชิบ เบียร์ 1 หลอดนี่ตายแน่ๆ เกือบซวยโดนขึ้นศาล ขอร้องพี่ตำรวจ ว่า ปวดท้องไม่สบายอีกที แล้วยัดเงินให้ไป แหมๆๆ ทีแรก แมร่งทำเป็นไม่รับ พอกำให้ในมือ รับควับเลย นึกว่าจะหยิ่งได้กี่น้ำ โธ่เอ๊ย ไม่เคยเห็นใจกันบ้างเลย เซ็งจิง
และแล้วก็ถึงเวลา และแล้วเราก็ต้องไป บ๊าบบายท้องฟ้า บ๊าบบายสายลม จิตใจดวงกลมๆ วันนี้ถึงคราวบินไกล วี๊ฮิ๊ว
แดนปลาดิบ แบงกี้ มาหนามบินมาส่งตี๋ ไปจีน ติ๊กเลยลากมากินบะหมี่เป็ด เจ้าอร่อย รอแม่กะป๊ะป๋า มา ให้เลี้ยงค่าอาหารไปร่วมหลายร้อย เอาน่า เดี๋ยวซื้อ ของเล่นที่อยากได้มาฝากเยอะๆๆๆๆๆ น้า
สรุปป๊ะ ป๋า กับม่าม๊า ก็บังเอิญเดินมากินร้านนี้เช่นกัน แม่บอกอร่อยมากๆๆ
ขึ้นเครื่องยังทำหน้าทะเล้นต่อไปมะมีไรทำ
อาหารช่างไม่น่ากินเล้ยยย แต่ก็หมดค่ะ เสียดายอ่ะ เพิ่งกินบะหมี่มาเมื่อกี๊นะเนี่ย

แล้วก็มาถึงโอซากา ญี่ปุ่น อันเหน็บหนาว ฝนตกอีกต่างหาก เวลาที่นี่ประมาน 8 โมงเช้า กินอาหารเช้าก่อนอันดับแรก
 
ยังไม่ได้นอนสภาพง่วงอย่างแรง ก็ไป Universal เล่นของเล่นต่อเลย กรูจะตายไหมเนี่ย เวร!! เอาวะ สู้ๆ

สู้ๆ ถ่ายกะเพื่อนเลิฟ bo bo ซะหน่อย แต่ไอ้ที่ไม่สู้ก็ไอ้แถวอันยาวเหยียด ต่อคิวเป็นชั่วโมง ยืนสัปหงก อย่างแรงนี่สิ ไม่ไหวเล้ยยย แต่ของเล่นแต่ละอย่างคุ้มสุดๆ โดยเฉพาะ Jurassic และ back to the Futurev สนุกสุดๆ เหมือนได้บังคับยานไปนอกโลกจิงๆ รู้สึกอินสุดๆ และไดโนเสาร์เป็นอันที่น่ากลัวที่สุด แรกๆ ก็มีไดโนเสาร์นั่งเรือคล้ายๆล่องแก่งชมไดโนเสาร์น่ารักๆ อยู่ดีๆ สักพัก ไดโนเสาร์กินเนื้อ ตัวใหญ่เท่าตึกมาจากไหนไม่รู้ กำลังจะงับเรืออ้าปาก กรี๊กกันลั่น แล้วเรือก็ตกจากที่สูงเป็นน้ำตก สูงเท่าตึก 20 ชั้นเห้นเค้าว่ากัน โห เป็นอะไรที่หวาดสียวสุดๆ ไม่เคยเล่นเครื่องเล่นในประเทศไหน หวาดเสียวเท่านี้เลยสาบานเหอะ
 
ต่อคิวยาวขนาดนี้ เลยเล่นไปได้ 3 อย่าง ทำเวลาสุดๆ

ง่วงนอนแล้วบ้าอีกแล้วตู -_-'
เล่นเสร็จก็ เดินเล่น กิน Dinner แล้วก็นอนตาย เพราะไม่ได้นอนไป 1 คืนเต็มนะเนี่ย เอ๋อกิน
วันรุ่งขึ้นตื่นแต่เช้า เข้าคิวรอ นั่งรถไฟบุลเล็ทเทรน ที่เร็วที่สุดในโลก สู่เมืองนารา


ฝนตกตลอดเวลา วันนี้ เป็นลูกเห็บแข็งๆ ตกลงมา เจ็บเป็นบ้า
ขณะเดินมาตามทางรถไฟ ก็มีร้านขนมน่ารักๆ ตลอดทาง น่ากินสุดๆ
เดินทางมาสู่วัด เคียวโอมิตซึ วัดโบราณแห่งเมือง เกียวโต และวัดคิงคะคูจิ ที่เป็นตำนานของ อิคคิวซัง
จุดเทียนไหว้ หลวงพ่อโต ที่เค้าว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มากๆ

หน้าประตูเป็นเหมือนเทวรูปที่ ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าอยากหายจากโรคส่วนใดก็ให้แตะส่วนนั้นแล้ว อธิษฐาน ติ๊กเลยอธิฐานขอให้หายเจ็บเท้าซะที เพราะตั้งแต่เอ็นฉีกคราวนั้นก็เดินไม่ปกติ มาหลายปีแล้ว
 
นั่งคุยกะกวาง น่ารักมากๆๆๆ มีอยู่ตัวหนึ่งที่ทางออก มาคำนับขออาหารเป็น 10 ครั้ง น่ารักสุดๆ แต่เสียดายที่ทางออกไม่มีอาหารขาย สาสารมันจัง เลยไม่ได้ให้เลย

ถึงทางออก มีดื่มน้ำ ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า เป็นน้ำบริสุทธิ์ ถ้าได้กินหรือแตะ อธิฐานสิ่งใดก็จะสมปรารถนา
แล้วก็ดำเนินทางต่อมากินอาหาร เมนู ซูชิ อยากบอกว่า ซูชิที่นี่อร่อยที่สุด เท่าที่เคยกินมา
อยากอยุ่ญี่ปุ่นไปนานๆ จิง จิ๊ง
 
จากนั้นก็มา เคาะระฆัง แล้วอธิฐาน ชาวญี่ปุ่น มีความเชื่อ เกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นตัวแทนสิ่งที่ศรัทธามากมาย
"ไม่ถึงว่ะ แมร่งเซ็ง" แล้วตกเย็นก็ไปชอปปิ้งต่อ ณ outlet แล้วก็พักโรงแรม ToYohashi Nikko
คนญี่ปุ่นไม่ลากกระเป๋าให้คับ ต้องยกเอง เพราะ กลัวของหาย พนักงานต้องรับผิดชอบทั้งหมด เขาจะไม่ยุ่งและไม่แตะกระเป๋าแขกเลย เพราะถ้าฟ้องร้องขึ้นมาเขาจะผิดเต็มๆและโดนเรียกค่าเสียหายทั้งหมด

ไปต่อที่ทะเลสาบ ฮามานาโกะ นั่งเรือในทะเลสาบอาชิ และนั่งกระเช้าต่อ ไปที่หุบเขา กำมะถันโอวากุดานิ
สิ่งที่รอคอยคือการกินไข่ดำ ( แมร่งเกิดมาไม่เคยกิน-_-' แหะๆ)
ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นยาอายุวัถนะ กิน 1 ฟอง จะอายุ ยืนไป 7 ปี
นี่ค๊าบ "ไข่ดำ!!" เกิดจากการทำปฎิกริยากับแร่ธาตุ โดยเฉพาะกำมะถัน แต่เวลาแกะออกมาก็สีขาวปกติ อิๆ สีน่ากัวว่ะ

ถ่ายรูป ควันขโมง เลย หนาวสุดๆๆๆ วิวบนภูเขา สวยมากๆๆ

เส็ดแล้ว ก็ทนอากาศหนาวไม่ไหว ลงเขาโดยด่วน ทางลงนี่ก็น่ากัว จิงๆ ชันมากๆๆ กลับมาพักที่โรงแรมต่างจังหวัดของญี่ปุ่น เหมือนไปกาญจนบุรี ยังงั้น เพราะต้องแยกกระเป๋า เอากระเป๋าใบใหญ่ขึ้นโรงแรมไม่ได้ เพราะอยู่บนเขา
โรงแรมดีสุดๆ เป็นบรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม มีเกี๊ยะให้ใส่ ที่นอนก็เป็นแบบโดเรมอนกับ โนบิตะ ตู้ซ่อนตัวของโนบิตะ อิๆ ต๊องแล้วกรู
ห้องน้ำก็เป็นแบบดั้งเดิมมี ที่นั่งให้อาบน้ำแบบญี่ปุ่นๆ แล้วก็ลงมากิน Dinner เมนูวันนี้ มี King Crab ปูตัวใหญ่สุดๆ กินได้ไม่อั้น ติ๊กเลยยัดเข้าไปเต็มที่ เต็มเหนี่ยว จุกท้อง อยากบอกว่า ตั้งแต่มา ยังขี้ไม่ออกเล้ยยย
อึดอัดฉิบเป๋ง แปลกที่ ทีไร ขี้ไม่ออกประจำเลยตู เซ็ง

กินเสร็จก็แต่งชุด ยูกาตะ ที่เค้าเตรียมไว้ให้ในห้อง เพื่อจะไปอาบน้ำแร่ น้ำพุร้อนแบบญี่ปุ่นๆ ถ้ากรูใส่ชุดนี่นอนมีหวังฝันว่า ผีญี่ปุ่นมาบีบคอตายแน่เลยกรู แล้วพอตื่นมา เชือกผูกตัวต่างๆ พันคอกรูตายแน่นอน ใส่ยากฉิบเป๋ง หึๆ
ข้อควรระวัง อย่าอยู่ในที่มืด อาจช๊อคตาย นึกว่า ผีกิโมโน ญี่ปุ่นได้ หลอน แสรดดด!!
มีเรื่องฮา ญี่ปุ่นเวลาอาบน้ำแร่ ต้องแก้ผ้าหมด ทุกคนในกรุ๊ปก้เขินอายกันไป เลย ไปเข้ากันตอนดึกๆ กันเพื่อให้คนน้อย แต่ที่ไหนได้ คนไทยแมร่งเยอะสุดๆ เพราะคิดเหมือนกันหมด กร๊ากๆๆๆๆๆๆ เหมือนนัดกันไปตอนเที่ยวคืนยังไงยังงั้นเล้ยย มีผ้าผืนเล้กๆ ผืนเดียว เป็นผู้ญิงก็ไม่รู้จะปิดตรงไหน บน ก็อาย ล่างก็อาย สรุป ปิดหน้ากันแมร่งเลย จะได้ จำไม่ได้ ว่าใครเป้นใคร กร๊ากๆ ขำโคดดด ส่วนติ๊กเปิดเข้าไป เจออย่างงั้น กรูก็อาย ออกมาแทบไม่ทัน ไม่กล้าแก้ผ้าว่ะ ถึงเวลาจิงป๊อดสุดๆ เราก็นึกว่าเราจะหน้าด้าน แต่เจอเข้าจิงๆ วิ่งออกมาแทบไม่ทัน
มีเก้าอี้นวดตัว นวดขาในห้องด้วย ไฮโซสุดๆ วิวในห้องก็เห็นภูเขาไฟฟูจิ สวยงามสุดๆๆ
แถมนอกหน้าต่างยังเป็น สนามเล็กๆ ไว้ ซ้อมกอล์ฟอีกด้วย สวยสาดดด
น้าโรงแรมมีบ่อปลาคาฟ สวยงาม ตัวใหญ่ๆ น่ากินอย่างแรง เอ้ย น่ารักค่ะ น่ารัก
Move ต่อที่ Oshino Hakkai บ่อน้ำแร่ ที่ไหลมาจาก หิมะภูเขาฟูจิ และเค้ามีให้ทดลอง แช่มือในน้ำ 30 วินาที ว่าจะทนได้แค่ไหน ติ๊กขอบายค่ะ หนาวจะตายห่าแล้ว ใครจะจุ่มลงไป เลยให้ หน่อวยกล้า อย่าง Bo Bo ลองก่อน อิๆ
ขนาดหมายังฉี่เป็นน้ำแข็งอ่ะ ไม่ได้โม้ เห็นกับตาค่ะ ปังคุง ตัวนี้เลย

 
แล้วก็มากินเมนูบาบีคิว และถ่ายรูป ก่อนลงจากภูเขาไฟ ฟุจิ

หนาวเกิ๊น ถ่ายได้ 2 รูป วิ่งขึ้นรถเลย ลมแรงโคด แล้วก็นั่งรถสู่ โตเกียว วันนี้ วันที่ 31 ร้านไข่มุกที่จะไปดูปิดค่ะ ปิดแมร่งหมดทุกน้านเลยเน้อออ เลยกลับโรงแรม Shinjuku Prince ดีฝ่า
คราวนี้โรงแรมห้องนอนเล็ก แคบสุดๆ ไม่มีที่วางกระเป๋าเล้ย ต้องวางบนเตียง
วิวจากโรงแรม ในกรุงโตเกียว ก่อนวัน Count Down
ที่ญี่ปุ่นทุกคนจะรีบกลับมาบ้าน ก่อนคืนCount Down เพื่อมาดู เกมส์โชว์และรายการทีวี ที่ สนุกและมันเพื่อ รอเวลาเที่ยวคืนทางรถไฟทุกสายจะเต็มไปด้วยคนนับล้านที่ต้องเดินทางโดยรถไฟไปขอพร ในวัดที่ดังๆ ประมาน 3 - 4 วัด กันเพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิต
คืนนี้ นั่งดูรายการทีวี ขำกันน้ำตาเล็ด ไม่เคยขำอะไรเท่านี้มาก่อนในชีวิตเลย ทีแรก เห็น Bo ขำก่อนเลย สักพัก เลยมานั่งดูบ้าง โห ฮาขี้แตกขี้แตน ทำให้ คืนนี้ เจ็บคอนอนไม่หลับเลยทีเดียว
เช้ารุ่งขึ้น เป็นวันปีใหม่ อากาสดีสุดๆ พระอาทิดขึ้นสวยงามมาก
แต่เนื่องจากเมื่อคืนนอนดึกมาก กรูง่วงนอนค่ะ ไม่ไหวๆ หน้าตานี่ ง่วงอย่างแรง หึๆ ปลุกกันแทบตาย กว่าจะ ตื่นนะวันนี้
แล้วก็เดินเท้ามาทำบุญณ วัด อะซาคูซ่า นมัสการ เจ้าแม่กวนอิม ปีใหม่นี้ ได้ทำบุญเยอะจิงจิ๊งๆ
วันนี้คนเยอะมาก เนื่องจากเป็นปีใหม่ ดูสภาพวัดก้รู้ว่า เมื่อคืน เหยียบกันตายแน่ๆ จนถึงเช้าคนก็ยังแน่นอยู่ บางคนนอนค้างที่วัดเลย

โยนเหรียญ และ ตักน้ำรดร่างกายเพื่อเป็นสิริมงคล ในวันปีใหม่
ไหว้พระขอพร และเดินดูร้านขายของในวัดต่ออีกหน่อย
ก็ได้เวลานั่งรถต่อไปกินข้าว
วันนี้เมนูเป็นเทมปูระ ทอดเอง ทำน้ำจิ้มเอง อร่อยแต่ไม่ทันใจเลย เพราะหิวมั่ก
Move ต่อไป Disney Sea

คนแน่นที่สุดในรอบปี เพราะเป็นวันปีใหม่ คนญี่ปุ่นนิยมมา Disney Land มากที่สุด
เล่น Tower of Terror ไอ้เราก็นึกว่า เป็นบ้านผีสิง ที่ไหนได้ แมร่ง ให้กรูขึ้นลิฟ แล้ว ลิฟ ตกมาต่าง tower หลายสิบชั้น โดยที่ เห็นวิวข้างล่างหมดเลย แล้วกรูเสือกนั่งอยุ๋ หน้าสุด บรรลัยเลยทีนี้ หนีไปไหนก็ไม่ได้ ร้องแหกปาก อย่างเดียวว่าไม่เอาแล้ว ช่วยด้วยๆๆๆๆ แมร่งให้กรูตกลิฟ หลายสิบที หัวใจจะวายอยู่ตรงนั้น น้ำตาไหลลอย่างแรง เซ้งว่ะ แต่ก็ถือว่าครั้งหนึ่งในชีวิตแหละว้า
รอเครื่องเล่นหนึ่งประมาน 45 นาที หรือไม่ ถ้าเป็นเครื่องเล่น สุดฮิต ก็ 2 ชม. โชคดี ที่เรามีบัตร Fast Pass ผ่านไปได้ 2 เครื่องเล่นเลยรอน้อยหน่อย แต่ก็เมื่อยขาไม่ใช่เล่น รอเป็นช่วโมงไม่ต่างกัน
กลับมาวันนี้เล่นเครื่องเล่นไปหลายอย่าง 5 อย่างได้ แต่ละอย่างน่ากลัวและหวาดเสียวทุกอัน แต่ยอมรับว่าที่ญี่ปุ่นทำทุกอย่างดีสุดๆ ประทับใจในการลงทุนมหาศาล กับ Disney Sea ของเขาจิงๆ ทุกอย่างเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จิง ตื่นเต้นเร้าใจ คุ้มค่ามาก โดยเฉพาะ ภูเขาไฟระเบิด เหมือนเราหลุดออกมาจากลาวาจิงๆ มีไฟที่ร้อนมาก และ ตกสู่พื้น เหมือนตายไปแล้ว Bo ถึงกับร้องไห้ เพราะกลัวมาก ส่วนติ๊ก ชอบสุดๆๆๆๆๆ อยากเล่นอีก เพราะไม่เคยเล่นเครื่องเล่นที่ไหนหวาดเสียวขนาดนี้ แม้แต่ที่ อเมริกา ติ๊กว่ายังเทียบไม่ได้ จากที่เคยไปมา
แล้วก็ วันสุดท้าย ไปวัดนาริตะวานและ ช้อปที่ Aeon แต่ขอโทษค่ะ เท้าเดี้ยง เดินไม่ได้ อีกแล้ว เลยไม่สามารถเดินไปไหนได้ เนื่องจากเมื่อวานรอต่อคิวยืนจนขาบวม วันน้เลยต้องนั่งตลอดทาง ไปสนามบินนาริตะ ในสภาพ ปางตาย แล้วก็ กลับมา แรดต่อ กุงเทพ สะใจ วัยมันจิงจิ๊ง ฮิๆ
ขอให้ มีความสุขในปีนี้ ทุกๆคนเด้อ Happy New Yar ฮับ
The End
|